New Page 1
New Page 1

ข้อมูลเพิ่มเติม

อยุธยา
 
 อยุธยา » เว็บบอร์ด อยุธยา » ไหว้พระ 9 ;วัดจังหวัดอยุยา  
กระทู้:  ไหว้พระ 9 ;วัดจังหวัดอยุยา  (อ่าน 419 ครั้ง)
คุณ: อ.ต้อย โพสเมื่อ : 16 เม.ย. 54 เวลา: 22:40 น.

ไหว้พระ 9 วัด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อดีตราชธานีอันยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ได้สั่งสมความเจริญในด้านต่างๆ ทั้งการเมือง กฎหมาย เศรษฐกิจ และศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่ามากมาย และนับเนื่องจากความเก่าแก่ที่ควรต้องอนุรักษ์ไว้ตราบชั่วลูกชั่วหลานนี้เอง องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งประชาชาติ หรือ UNESCO จึงได้ประกาศให้กรุงเก่าของเรา เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมของโลก เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2534 เมื่อพูดถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลายๆ คนคงจะนึกถึงเมืองแห่งวัดวาอาราม และโบราณสถานมากมาย หากใครต้องการทั้งหาของอร่อย และทำบุญไหว้พระไปในเวลาเดียวกัน ต้องที่นี่เลย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เรามาดูกันดีกว่าว่า การไหว้พระ 9 วัดนั้น ควรจะไปที่วัดไหนกันบ้าง

เริ่มต้นที่วัดแรก วัดพนัญเชิง มหามงคล ด้านการค้าพาณิชย์รุ่งเรือง ความสำเร็จในงาน

วัดพนัญเชิง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำป่าสักทางทิศใต้ฝั่งตรงข้ามของเกาะเมือง ห่างจากตัวเมืองราว 5 กิโลเมตร ในพระวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ สร้างเมื่อพ.ศ.1867 เดิมชื่อ “พระพุทธเจ้าพนัญเชิง” แต่ในรัชกาลที่ 4 เมื่อมีการบูรณะปฏิสังขรณ์ พระพุทธรูปองค์จึงนี้ได้พระราชทานนามใหม่ว่า “พระพุทธไตรรัตนนายก” (ชาวบ้านนิยมเรียกหลวงพ่อโต ชาวจีนนิยมเรียกว่า ซำปอกง) เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยลงรักปิดทอง มีขนาดหน้าตักกว้าง 14.10 เมตรและสูง 19 เมตร ฝีมือปั้นงดงามมาก อาจนับได้ว่า เป็นพระพุทธรูปนั่งสมัยอยุธยาตอนต้น ที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดที่เหลืออยู่ในปัจจุบัน เป็นที่เคารพสักการะของชาวจังหวัดอยุธยา และจังหวัดใกล้เคียง ใครมาอยุธยาต้องไม่พลาดที่จะแวะที่วัดนี้

วัดที่สอง วัดใหญ่ชัยมงคล มหามงคลด้านชัย – มงคล เมตตามหานิยม

วัดนี้สร้างในสมัยพระเจ้าอู่ทอง เมื่อ พ.ศ. 1900 ได้รับพระราชทานนามว่า วัดป่าแก้ว ต่อมาเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าวันรัต พระสังฆราชฝ่ายวิปัสนา ชาวบ้านจึงเรียกวัดนี้ว่า “วัดเจ้าพระยาไทย” (หมายถึงสังฆราช) มีเจดีย์องค์ใหญ่ทรงระฆังคว่ำ สูงประมาณ 60 เมตร ได้รับพระราชทานนามจากสมเด็จพระนเรศวร ว่า “เจดีย์ชัยมงคล” สร้างเพื่อเฉลิมพระเกียรติยศ ที่ทรงกระทำยุทธหัตถีชนะสมเด็จพระมหาอุปราชาแห่งพม่า พระศักดิ์สิทธิ์คู่วัดนี้ได้แก่ พระนอนขนาดใหญ่ ซึ่งสร้างในสมัยสมเด็จพระนเรศวร

วัดที่สาม วัดพระญาติการาม เมตตามหานิยม บูชาพระรัตนตรัย

วัดพระญาติการาม หรือที่ชาวบ้านทั่วไปมักเรียกกันว่า “วัดพระญาติ” สร้างขึ้นตั้งแต่ครั้งที่กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี สิ่งศักดิ์สิทธิ์และสิริมงคลของวัดนี้ คือพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปหินทรายขนาดหน้าตักกว้าง 4 ศอก ปางมารวิชัย สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา

วัดที่สี่ วัดสมณโกฐาราม บูชาบูรพกษัตริย์ กตัญญูกตเวทิตา เมตตามหามงคล

เป็นวัดที่เจ้าพระยาโกษาธิบดี (เหล็ก) และเจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) ปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ ในสมัยแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช วัดนี้มีพระปรางค์องค์ใหญ่งดงามมาก รูปทรงสัณฐานแปลกตากว่าที่อื่น สันนิษฐานว่าเลียนแบบมาจากวัดเจดีย์เจ็ดยอด เมื่อคราวที่เจ้าพระยาโกษา (เหล็ก) ไปตีเมืองเชียงใหม่ เมื่อพ.ศ. 2205 ภายในอุโบสถ มีพระประธานเก่าแก่ซึ่งสร้างสมัยอยุธยา เป็นที่เคารพสักการะของคนทั่วไป

วัดที่ห้า วัดประดู่ทรงธรรม เมตตามหานิยม การช่วยเหลือสรรพสัตว์และการเสียสละ

เดิมชื่อวัดประดู่ หรือวัดประดู่โรงธรรม ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างสมัยใด ภายในพระอุโบสถ มีภาพจิตรกรรมฝาผนังในสมัยรัตนโกสินทร์ เช่น ภาพกระบวนพยุหยาตราทางสถลมาตร การแสดงมหรสพในงานถวายพระเพลิงพระบรมศพพระพุทธเจ้า

ที่หก พระบรมสารีริกธาตุ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา บูชาพระบรมสารีริกธาตุ ถือเป็นมงคลสูงสุดของชีวิต

ขุดพบพระบรมสารีริกธาตุนี้จากกรุพระปรางค์วัดมหาธาตุ พระบรมสารีริกธาตุ หมายถึง พระอัฐิธาตุของพระพุทธเจ้า ซึ่งพุทธศาสนิกชน จะมีความเชื่อถือในอำนาจศักดิ์สิทธิ์ที่มีอยู่กับพระบรมสารีริกธาตุนั้น และสักการะ เพื่อน้อมขอพระบารมีให้คุ้มครองตัวเอง ให้แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยามีผอบเจดีย์ทองคำ ซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ขุดพบ ณ วัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ เจดีย์สุริโยทัย

วัดที่เจ็ด วิหารพระมงคลบพิตร พระคู่บ้าน คู่เมืองอยุธยา สิริมงคลทุกด้าน

พระมงคลบพิตรเป็นพระพุทธรูปบุสัมฤทธิ์ปางมารวิชัย มีขนาดหน้าตักกว้าง 9.55 เมตรและสูง 12.45 เมตร นับเป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่องค์หนึ่งในประเทศไทย สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยสมเด็จพระไชยราชาธิราช เดิมประดิษฐานอยู่กลางแจ้งที่วัดชีเชียง สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม โปรดให้ชะลอมาไว้ ณ ที่ปัจจุบัน ต่อมาฟ้าผ่ายอดมณฑปที่สวมไว้ พระเจ้าเสือจึงโปรดให้ก่อสร้างใหม่เป็นวิหาร ในคราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 วิหารพระมงคลบพิตรถูกไฟไหม้ รัชกาลที่ 5 จึงโปรดเกล้าฯ ให้มีการปฏิสังขรณ์ใหม่

วัดที่แปด วัดธรรมิกราช เมตตามหานิยม คุ้มครองรักษาโรคภัยอันตราย

เป็นวัดสงฆ์มหานิกาย เดิมชื่อวัดมุขราช ที่วิหารหลวงแห่งนี้ เคยเป็นที่ประดิษฐ์ของเศียรพระพุทธรูปหล่อสัมฤทธิ์ ศิลปะสมัยอู่ทอง ซึ่งปัจจุบัน กรมศิลปากรนำไปไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ด้านทิศเหนือของพระเจดีย์สิงห์ล้อม 52 ตัวที่แตกต่างไปจากเจดีย์ช้างล้อมพระพุทธไสยาสน์มีความยาว 12 เมตร หันพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ ที่ฝ่าพระบาทปิดทองประดับกระจก

ปิดท้ายกันที่ วัดที่เก้า วัดหน้าพระเมรุราชิการาม มหามงคล ความเจริญรุ่งเรือง เมตตามหานิยม

มีชื่อเดิมว่า “วัดพระเมรุราชิการาม” วัดนี้เป็นวัดเดียวในกรุงศรีอยุธยา ที่ไม่ได้ถูกพม่าทำลายและยังคงปรากฏสถาปัตยกรรมแบบอยุธยา อยู่ในสภาพสมบูรณ์มากที่สุดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระประธานในอุโบสถสร้างปลายสมัยอยุธยา เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ทรงเครื่องแบบกษัตราธิราช มีนามว่า “พระพุทธนิมิตวิชิตมาร โมลีศรีสรรเพชญ์บรมไตรโลกนาถ” จัดเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องสมัยอยุธยา ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด เท่าที่มีปรากฏอยู่ในปัจจุบันและมีความสมบูรณ์งดงามมาก
ราคาค่าบริการ ท่านละ 1,199 บาท

หมายเหตุ: ออกเดินทางทุกวันอาทิตย์ที่ 3ของเดือน หรือเมื่อครบจำนวน 8หรือ9 ท่าน
อัตราค่าบริการรวม
• ค่ารถตู้ปรับอากาศ VIP 9 ที่นั่งสะดวกสบาย
• ผ้าเหลืองสำหรับพิธีเสริมสิริมงคลวัดพนัญเชิง
• ค่าอาหารกล่องเช้า, อาหารกลางวัน, อาหารว่างเย็น
• เครื่องดื่มและผ้าเย็นตลอดการเดินทาง
• มัคคุเทศก์ดูแลตลอดการเดินทาง
• ค่าประกันอุบัติเหตุ 1,000,000 บาท
• ทางทัวร์ได้จัดบริการ ร่มบังแดด/ฝน ไว้ให้สมาชิกทุกท่านตลอดการเดินทาง
อัตราดังกล่าวไม่รวม
- ค่าเครื่องสักการะ (ดอกไม้ ธูปเทียน)
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ
-
สนใจติด่อ อ. ประจวบ ไล้ทอง โทร. 0812512533
 เที่ยวสุดฮิต: [เกาะเสม็ด] [เกาะช้าง] [ที่พักเกาะช้าง] [ปาย] [ทัวร์ญี่ปุ่น] [ทัวร์ยุโรป]
คุณ: อ.ค้อบ
ความเห็นที่: 1   โพสเมื่อ: 16 เม.ย. 54 เวลา: 23:12 น.
เริ่มต้นที่วัดแรก วัดพนัญเชิง มหามงคล ด้านการค้าพาณิชย์รุ่งเรือง ความสำเร็จในงาน

วัดพนัญเชิง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำป่าสักทางทิศใต้ฝั่งตรงข้ามของเกาะเมือง ห่างจากตัวเมืองราว 5 กิโลเมตร ในพระวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ สร้างเมื่อพ.ศ.1867 เดิมชื่อ “พระพุทธเจ้าพนัญเชิง” แต่ในรัชกาลที่ 4 เมื่อมีการบูรณะปฏิสังขรณ์ พระพุทธรูปองค์จึงนี้ได้พระราชทานนามใหม่ว่า “พระพุทธไตรรัตนนายก” (ชาวบ้านนิยมเรียกหลวงพ่อโต ชาวจีนนิยมเรียกว่า ซำปอกง) เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยลงรักปิดทอง มีขนาดหน้าตักกว้าง 14.10 เมตรและสูง 19 เมตร ฝีมือปั้นงดงามมาก อาจนับได้ว่า เป็นพระพุทธรูปนั่งสมัยอยุธยาตอนต้น ที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดที่เหลืออยู่ในปัจจุบัน เป็นที่เคารพสักการะของชาวจังหวัดอยุธยา และจังหวัดใกล้เคียง ใครมาอยุธยาต้องไม่พลาดที่จะแวะที่วัด
 เที่ยวสุดฮิต: [เกาะเสม็ด] [เกาะช้าง] [ปาย] [ทัวร์ญี่ปุ่น] [ทัวร์ยุโรป]
คุณ: v"9hvp
ความเห็นที่: 2   โพสเมื่อ: 16 เม.ย. 54 เวลา: 23:18 น.
เริ่มต้นที่วัดแรก วัดพนัญเชิง มหามงคล ด้านการค้าพาณิชย์รุ่งเรือง ความสำเร็จในงาน

วัดพนัญเชิง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำป่าสักทางทิศใต้ฝั่งตรงข้ามของเกาะเมือง ห่างจากตัวเมืองราว 5 กิโลเมตร ในพระวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ สร้างเมื่อพ.ศ.1867 เดิมชื่อ “พระพุทธเจ้าพนัญเชิง” แต่ในรัชกาลที่ 4 เมื่อมีการบูรณะปฏิสังขรณ์ พระพุทธรูปองค์จึงนี้ได้พระราชทานนามใหม่ว่า “พระพุทธไตรรัตนนายก” (ชาวบ้านนิยมเรียกหลวงพ่อโต ชาวจีนนิยมเรียกว่า ซำปอกง) เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยลงรักปิดทอง มีขนาดหน้าตักกว้าง 14.10 เมตรและสูง 19 เมตร ฝีมือปั้นงดงามมาก อาจนับได้ว่า เป็นพระพุทธรูปนั่งสมัยอยุธยาตอนต้น ที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดที่เหลืออยู่ในปัจจุบัน เป็นที่เคารพสักการะของชาวจังหวัดอยุธยา และจังหวัดใกล้เคียง ใครมาอยุธยาต้องไม่พลาดที่จะแวะที่วัด
 เที่ยวสุดฮิต: [เกาะเสม็ด] [เกาะช้าง] [ปาย] [ทัวร์ญี่ปุ่น] [ทัวร์ยุโรป]
ตอบกระทู้
รายละเอียด :
ชื่อ :
รูปภาพ :
 
Code :
*กรุณาใส่ Code ตามด้านบน
New Page 1
New Page 1