|
New Page 1
|
 |
 |
 |
| |
| กระทู้:
เกจวัดหน้าปัดรถคืออะไร? รวมความหมายเกจวัดและไฟเตือ (อ่าน
5 ครั้ง) |
| คุณ: บอร์ดคนมีประกัน |
โพสเมื่อ :
3 ก.พ. 69 เวลา: 08:24 น.
เกจวัดต่าง ๆ บนหน้าปัดรถหมายถึงอะไรบ้าง?
หลายคนที่ขับรถเป็นประจำคงคุ้นตากับ หน้าปัดรถยนต์ ที่เต็มไปด้วยตัวเลข เข็มวัด และสัญลักษณ์ไฟเตือนต่าง ๆ แต่เชื่อว่ามีไม่น้อยที่ยังไม่เข้าใจความหมายของเกจวัดเหล่านี้อย่างแท้จริง ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เกจวัดและไฟเตือนต่าง ๆ มีความสำคัญอย่างมาก เพราะช่วยให้ผู้ขับรับรู้สภาพการทำงานของรถ และเตือนเมื่อเกิดความผิดปกติได้ทันท่วงที
บทความนี้จะพาคุณมาทำความเข้าใจทีละส่วนว่า เกจวัดบนหน้าปัดรถหมายถึงอะไรบ้าง เพื่อให้คุณสามารถขับขี่ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยมากขึ้น
1. เกจวัดความเร็ว (Speedometer)
เกจวัดความเร็วเป็นหนึ่งในเกจพื้นฐานที่ทุกคันต้องมี ใช้แสดงความเร็วของรถในหน่วยกิโลเมตรต่อชั่วโมง (km/h) หรือบางรุ่นอาจมีไมล์ต่อชั่วโมง (mph) เพิ่มด้วย
ความสำคัญ:
การรักษาความเร็วให้เหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และหลีกเลี่ยงการถูกปรับจากการขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด
ทิปส์เพิ่มเติม:
ผู้ขับควรสังเกตป้ายจำกัดความเร็วของแต่ละพื้นที่ และไม่ควรขับเร็วเกินไปโดยเฉพาะในเขตชุมชนหรือพื้นที่ที่มีคนสัญจรจำนวนมาก
2. เกจวัดรอบเครื่องยนต์ (Tachometer)
เกจวัดรอบเครื่องจะแสดงจำนวนรอบการหมุนของเครื่องยนต์ในหนึ่งนาที (RPM – Revolutions Per Minute) โดยทั่วไปหน้าปัดจะมีตัวเลขตั้งแต่ 0 – 8 หรือ 0 – 10
ความสำคัญ:
การสังเกตรอบเครื่องช่วยให้ผู้ขับรู้ว่าเครื่องยนต์กำลังทำงานหนักเกินไปหรือไม่ หากเข็มขึ้นสูงเกินไปจนเข้าโซนสีแดง อาจทำให้เครื่องยนต์สึกหรอหรือเสียหายได้
ทิปส์เพิ่มเติม:
เหมาะสำหรับผู้ที่ขับรถเกียร์ธรรมดา เพื่อเปลี่ยนเกียร์ให้เหมาะสมกับรอบเครื่อง และช่วยประหยัดน้ำมัน
3. เกจวัดระดับน้ำมัน (Fuel Gauge)
เกจน้ำมันจะแสดงปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่เหลืออยู่ในถัง โดยมีทั้งแบบเข็มวัดและแบบดิจิทัล
ความสำคัญ:
ช่วยให้ผู้ขับวางแผนเติมน้ำมันได้ทันท่วงที ไม่ปล่อยให้รถน้ำมันหมดกลางทาง
ข้อควรระวัง:
การขับรถจนไฟน้ำมันเตือนขึ้นบ่อย ๆ อาจทำให้ตะกอนในถังน้ำมันถูกดูดเข้าไปในระบบเชื้อเพลิง ส่งผลให้ปั๊มน้ำมันเสียหายได้
4. เกจวัดอุณหภูมิเครื่องยนต์ (Temperature Gauge)
เกจวัดอุณหภูมิเป็นหนึ่งในเกจที่สำคัญที่สุด เพราะช่วยบอกว่าเครื่องยนต์ทำงานที่อุณหภูมิปกติหรือไม่
ความสำคัญ:
หากเข็มขึ้นไปอยู่ในโซนร้อนหรือสูงผิดปกติ แสดงว่าเครื่องยนต์กำลังร้อนเกินไป (โอเวอร์ฮีท) ซึ่งอาจเกิดจากน้ำหล่อเย็นขาด หม้อน้ำรั่ว หรือพัดลมระบายความร้อนเสีย
สิ่งที่ควรทำ:
หากพบว่าเกจแสดงอุณหภูมิสูง ควรหยุดรถในที่ปลอดภัย ดับเครื่อง และตรวจสอบระบบระบายความร้อนทันที ไม่ควรฝืนขับต่อ
5. ไฟเตือนบนหน้าปัดรถที่ควรรู้
นอกจากเกจวัดหลัก ๆ แล้ว รถยนต์ยังมี ไฟสัญญาณเตือน ที่ผู้ขับควรเข้าใจ เพราะเป็นตัวบอกถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับระบบต่าง ๆ ของรถ เช่น
ไฟแบตเตอรี่ – แสดงว่าระบบไฟฟ้าหรือแบตเตอรี่อาจมีปัญหา
ไฟน้ำมันใกล้หมด – เตือนให้เติมน้ำมันทันที
ไฟเครื่องยนต์ (Check Engine) – อาจเกิดจากระบบไอเสีย เซ็นเซอร์ หรือเครื่องยนต์มีความผิดปกติ
ไฟเบรกมือ/ระบบเบรก – หากขึ้นขณะขับ ควรหยุดตรวจสอบทันที
ไฟถุงลมนิรภัย (Airbag Warning) – บ่งบอกว่าระบบถุงลมอาจไม่พร้อมใช้งานหากเกิดอุบัติเหตุ
ไฟแรงดันน้ำมันเครื่อง – แสดงว่าระดับน้ำมันเครื่องต่ำหรือแรงดันไม่ปกติ
6. เกจและไฟเสริมในรถรุ่นใหม่
รถยนต์รุ่นใหม่ ๆ โดยเฉพาะรถไฮบริดและรถไฟฟ้า (EV) อาจมีเกจเพิ่มเติม เช่น
เกจวัดแบตเตอรี่รถ EV – บอกระดับพลังงานไฟฟ้าที่เหลือ
เกจพลังงาน (Power/Eco/Charge) – บอกโหมดการทำงานของรถไฮบริด
ไฟแจ้งเตือนระบบช่วยขับ (ADAS) – เช่น ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติหรือระบบควบคุมการทรงตัว
7. ทำไมผู้ขับถึงควรรู้จักเกจวัดและไฟเตือนเหล่านี้?
เพื่อ ป้องกันความเสียหายร้ายแรงของเครื่องยนต์และระบบต่าง ๆ
เพื่อ ขับขี่ได้อย่างปลอดภัย ทั้งต่อตัวเองและผู้ร่วมทาง
เพื่อ ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง เพราะสามารถแก้ไขปัญหาได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
เพื่อ เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ โดยเฉพาะเวลาเดินทางไกล
สรุป
เกจวัดและไฟเตือนต่าง ๆ บนหน้าปัดรถยนต์เป็นเหมือน “ผู้ช่วยคนสำคัญ” ที่บอกสภาพการทำงานของรถแบบเรียลไทม์ การทำความเข้าใจและหมั่นสังเกตทุกครั้งที่ขับรถ จะช่วยให้คุณขับขี่ได้อย่างปลอดภัย ประหยัด และยืดอายุการใช้งานของรถได้อีกยาวนาน
ดังนั้น ก่อนออกรถทุกครั้ง อย่าลืมมองหน้าปัดรถของคุณ เพราะข้อมูลเล็ก ๆ ตรงนั้น อาจช่วยคุณหลีกเลี่ยงปัญหาใหญ่ได้ เข้าใจเกจวัดหน้าปัดรถแล้ว อย่าลืมปกป้องรถและตัวคุณเองให้ครบทุกมิติ เลือก ประกันรถยนต์ที่เหมาะสม เพื่อความอุ่นใจทุกครั้งที่ออกเดินทาง
สนใจเปรียบเทียบ เลือกซื้อประกันรถยนต์
https://www.oohoo.io/ln/904672
|
|
|
 |
 |
 |
|
New Page 1
|